ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การฝึกซ้อมมวยกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่ต้องการออกกำลังกายและฝึกป้องกันตัวไปพร้อมกัน เพราะนอกจากจะช่วยเผาผลาญพลังงานได้มากแล้ว ยังเสริมสร้างกล้ามเนื้อ พัฒนาทักษะการเคลื่อนไหว และฝึกสมาธิควบคู่ไปด้วย และในทุกการฝึกกระสอบทราย คืออุปกรณ์หลักที่ขาดไม่ได้
การเลือกกระสอบทรายให้เหมาะกับน้ำหนัก ระดับฝีมือ และพื้นที่ของผู้ฝึก จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญสำหรับมือใหม่ทุกคน เพราะเลือกผิดอาจทำให้บาดเจ็บ ฝึกไม่สนุก หรือพัฒนาฝีมือได้ช้ากว่าที่ควร
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกระสอบทรายซ้อมมวย ประเภทของกระสอบทราย วิธีเลือกที่เหมาะสม รวมถึงอุปกรณ์ซ้อมมวยที่ควรมีติดบ้านไว้ตั้งแต่วันแรกที่ซ้อมมวย
ทำไมการเลือกกระสอบทรายให้เหมาะสมจึงสำคัญสำหรับมือใหม่
หลายคนคิดว่ากระสอบทรายเป็นเพียงถุงหนังหนัก ๆ ที่ใช้ชกได้ทุกใบ แต่ในความเป็นจริงแล้ว กระสอบทรายแต่ละแบบถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน และหากเลือกไม่เหมาะกับร่างกายของผู้ฝึก ผลที่ตามมาอาจไม่ใช่แค่ความไม่สนุก แต่รวมถึงอาการบาดเจ็บที่ข้อมือ ข้อศอก หรือไหล่ ซึ่งทำให้ต้องหยุดซ้อมหลายสัปดาห์
ความปลอดภัยและการป้องกันการบาดเจ็บ
กระสอบที่หนักหรือแข็งเกินไปสำหรับมือใหม่จะทำให้แรงปะทะสะท้อนกลับมาที่ข้อมือและข้อศอกอย่างรุนแรง ในระยะยาวอาจส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง
ในขณะที่กระสอบที่เบาเกินไปจะแกว่งมากเกินจนคุมไม่อยู่ ทำให้เสียท่าและจังหวะการชก การเลือกกระสอบให้พอดีกับน้ำหนักตัวจึงเป็นการป้องกันการบาดเจ็บที่ดีที่สุด
ผลลัพธ์การฝึกซ้อมที่มีประสิทธิภาพ
กระสอบทรายที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณฝึกแรงชก ระยะ จังหวะ และความแม่นยำได้ดียิ่งขึ้น มือใหม่ที่ใช้กระสอบถูกประเภทจะพัฒนาทักษะพื้นฐานได้เร็ว ทั้งการตั้งการ์ด การถ่ายน้ำหนัก และการคุมลมหายใจ ซึ่งเป็นรากฐานของการต่อยมวยทุกประเภท
ความสนุกและแรงจูงใจในการฝึก
กระสอบที่เหมาะกับผู้ฝึกมือใหม่จะให้ “ฟีลแบ็ก” หรือการตอบสนองที่ดี ทำให้รู้สึกถึงพลังของหมัดและแรงต้านที่สมจริง ส่งผลให้รู้สึกสนุกและอยากฝึกต่อ ในทางกลับกัน กระสอบที่หนักหรือเบาเกินไปมักทำให้มือใหม่หมดกำลังใจอย่างรวดเร็ว
ประเภทของกระสอบทรายซ้อมมวย
ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรรู้จักกระสอบทรายแต่ละแบบเพื่อเลือกให้ตรงกับเป้าหมายการฝึก ตั้งแต่กระสอบหนักสำหรับฝึกแรง ไปจนถึงกระสอบลูกแพร์สำหรับฝึกความเร็ว
กระสอบทรายแขวน (Heavy Bag)
กระสอบทรายแขวนเป็นกระสอบที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดในยิมมวยและฟิตเนส น้ำหนักเริ่มต้นตั้งแต่ 20 กิโลกรัมไปจนถึง 50 กิโลกรัมขึ้นไป เหมาะกับการฝึกหมัด เตะ และศอกเข่าได้ครอบคลุม
จุดเด่นคือให้แรงต้านที่หนักแน่นและสมจริง เหมาะกับการฝึกแรง การคุมจังหวะ และคอมโบยาว ๆ ข้อจำกัดคือต้องการโครงเหล็กหรือคานเพดานที่แข็งแรงพอจะรองรับน้ำหนักได้

อ้างอิง: MuayThaiStar
กระสอบทรายตั้งพื้น (Free-standing Bag)
กระสอบประเภทนี้มาพร้อมฐานที่กรอกน้ำหรือทรายเพื่อเพิ่มน้ำหนัก ไม่ต้องเจาะผนังหรือแขวนกับเพดาน เหมาะกับคนที่อาศัยในคอนโดหรือบ้านที่ไม่สะดวกเจาะติดตั้ง ใช้พื้นที่น้อยและสามารถเคลื่อนย้ายได้
ข้อด้อยคือเมื่อโดนชกแรงๆ อาจเลื่อนหรือล้มได้ จึงเหมาะกับมือใหม่ที่ยังไม่ลงแรงเต็มที่ และคนที่เน้นการฝึกพื้นฐานมากกว่าการชกหนัก
กระสอบลูกแพร์ (Speed Bag)
กระสอบลูกแพร์มีขนาดเล็ก ติดตั้งกับแผ่นไม้ระดับสายตา ใช้สำหรับฝึกความเร็วของหมัด จังหวะ และการประสานสายตากับมือ เหมาะเป็นอุปกรณ์เสริมหลังจากฝึกพื้นฐานกับกระสอบหนักจนแม่นแล้ว ไม่เหมาะใช้เป็นกระสอบหลักของมือใหม่ เพราะต้องใช้เทคนิคและจังหวะที่แม่นยำในการเล่นให้ต่อเนื่อง
กระสอบดับเบิ้ลเอนด์ (Double-End Bag)
กระสอบลูกกลมขนาดเล็กที่ผูกด้วยยางยืดทั้งด้านบนและด้านล่าง ตีกลับเร็วและคาดเดาทิศทางได้ยาก ใช้ฝึกการหลบ การจับจังหวะ และความคล่องตัว เหมาะกับผู้ฝึกระดับกลางที่ต้องการพัฒนาฟุตเวิร์กและรีเฟล็กซ์ มือใหม่ส่วนใหญ่จะใช้กระสอบนี้หลังจากซ้อมพื้นฐานไปประมาณ 2-3 เดือนแล้ว

อ้างอิง: Forza Sports
กระสอบอัปเปอร์คัต (Uppercut Bag)
กระสอบรูปทรงเฉพาะที่ติดผนังในมุมเฉียง ออกแบบมาเพื่อฝึกหมัดอัปเปอร์คัตและฮุคในระยะใกล้ เหมาะกับมวยสากลและมวยไทยที่เน้นการชกเข้าวงใน ส่วนมากใช้ในยิมมืออาชีพ ไม่จำเป็นต้องมีในระยะเริ่มต้นของมือใหม่
กระสอบทรายแบบลูกบอลแม่เหล็กและกระสอบไฮเทค
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีกระสอบนวัตกรรมใหม่ที่ผสานเซนเซอร์เข้าไปในตัวกระสอบ เพื่อวัดแรง ความเร็ว และจำนวนหมัด ส่งข้อมูลเข้าแอปบนมือถือ ช่วยให้ผู้ฝึกติดตามพัฒนาการได้ชัดเจน เหมาะกับคนที่ชอบฝึกแบบมีข้อมูลและตั้งเป้าหมายเป็นตัวเลข อย่างไรก็ตามราคาค่อนข้างสูง จึงไม่ใช่ตัวเลือกแรกของมือใหม่ทั่วไป
วิธีเลือกกระสอบทรายให้เหมาะกับมือใหม่
การเลือกกระสอบทรายไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาทั้งน้ำหนัก วัสดุ ขนาด และพื้นที่ติดตั้ง รวมถึงเป้าหมายการฝึก เพื่อให้ได้กระสอบที่ใช้ได้นานและตอบโจทย์การฝึกจริง
น้ำหนักของกระสอบ
กฎทั่วไปคือ น้ำหนักของกระสอบควรอยู่ที่ประมาณครึ่งหนึ่งของน้ำหนักตัวผู้ฝึก เช่น คนหนัก 60 กิโลกรัม ควรใช้กระสอบประมาณ 25-30 กิโลกรัม คนหนัก 80 กิโลกรัม ควรใช้กระสอบ 35-40 กิโลกรัม น้ำหนักนี้จะให้แรงต้านที่พอเหมาะ ไม่แกว่งมากเกินจนคุมไม่อยู่ และไม่หนักจนเป็นภาระกับข้อมือ
วัสดุของกระสอบ
วัสดุยอดนิยมมี 3 ประเภทหลัก ได้แก่ หนังแท้ หนัง PU และผ้าใบ หนังแท้ทนทานที่สุดและให้สัมผัสที่ดี แต่ราคาสูงและต้องการการดูแลรักษา
หนัง PU เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับมือใหม่ ทนทานพอควรและทำความสะอาดง่าย ส่วนผ้าใบราคาถูกที่สุดแต่ผิวอาจหยาบและทำให้ผ้าพันมือสึกเร็ว เหมาะกับคนที่งบประมาณจำกัด
ขนาดและความสูง
กระสอบทรายขนาดมาตรฐานมีความยาวประมาณ 100-130 เซนติเมตร เพียงพอสำหรับการฝึกหมัด ส่วนกระสอบที่ยาว 150 เซนติเมตรขึ้นไป เหมาะกับการฝึกเตะ เข่า และศอกตามแบบมวยไทย หากตั้งใจฝึกมวยไทยควรเลือกกระสอบยาวเพื่อให้ฝึกท่าเตะกลางและเตะล่างได้สะดวก
พื้นที่ติดตั้ง
หากบ้านมีคานหรือเพดานที่แข็งแรง สามารถแขวนกระสอบหนักได้โดยตรง แต่ถ้าอยู่คอนโดหรือห้องเช่า แนะนำกระสอบตั้งพื้นซึ่งย้ายง่ายและไม่กระทบโครงสร้างอาคาร ควรเผื่อพื้นที่รอบกระสอบอย่างน้อย 2 เมตรในแต่ละด้าน เพื่อให้ฟุตเวิร์กและการชกหลบเป็นไปอย่างปลอดภัย
งบประมาณ
ราคากระสอบในตลาดไทยเริ่มต้นประมาณ 1,500-3,000 บาทสำหรับกระสอบผ้าใบหรือ PU ขนาดเล็ก กระสอบหนังแท้คุณภาพดีอยู่ที่ 5,000-10,000 บาทขึ้นไป
กระสอบตั้งพื้นมาตรฐานราคาประมาณ 3,000-7,000 บาท สำหรับมือใหม่ ไม่จำเป็นต้องซื้อรุ่นแพงที่สุด เลือกรุ่นกลาง ๆ ที่ทนทานพอจะใช้ได้ 1-2 ปี เมื่อพัฒนาฝีมือแล้วค่อยอัปเกรดเป็นรุ่นมืออาชีพ
การพิจารณาจากเป้าหมายการฝึก
ถามตัวเองก่อนซื้อว่าฝึกเพื่ออะไร ถ้าเพื่อออกกำลังกายและลดน้ำหนัก กระสอบตั้งพื้นและกระสอบ PU น้ำหนักปานกลางเพียงพอ ถ้าตั้งใจจะแข่งขันมวยสากลหรือมวยไทยในอนาคต ควรลงทุนกับกระสอบแขวนหนังแท้ขนาดมาตรฐานตั้งแต่แรก เพราะให้ความรู้สึกใกล้เคียงการชกจริงในสังเวียน
อุปกรณ์ซ้อมมวยที่ควรมีนอกจากกระสอบทราย
อุปกรณ์ซ้อมมวยที่จะกล่าวต่อไปนี้ช่วยให้การฝึกซ้อมสมบูรณ์ ปลอดภัย และเห็นพัฒนาการชัดเจนขึ้น
นวมชกมวย (Boxing Gloves)
นวมเป็นอุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้ เพราะช่วยกระจายแรงปะทะและป้องกันข้อมือกับนิ้วมือจากการบาดเจ็บ น้ำหนักนวมที่นิยมสำหรับมือใหม่คือ 12-14 ออนซ์
คนตัวเล็กใช้ 10 ออนซ์ก็ได้ คนตัวใหญ่อาจขยับเป็น 16 ออนซ์ การเลือกนวมควรลองสวมแล้วกำมือดูว่าแน่นพอ ไม่หลวมจนหลุดและไม่คับจนเลือดไหลเวียนไม่สะดวก
ผ้าพันมือ (Hand Wraps)
ผ้าพันมือใช้พันรอบข้อมือ ข้อนิ้ว และฝ่ามือก่อนสวมนวม ทำหน้าที่ดูดซับเหงื่อ ยึดข้อมือให้มั่นคง และป้องกันกระดูกข้อนิ้วแตกร้าวเมื่อชกแรง ๆ ความยาวมาตรฐานคือ 4.5 เมตร เหมาะกับมือผู้ใหญ่ทั่วไป
ผ้าพันมือมีราคาไม่แพง แต่เป็นอุปกรณ์ที่หลายคนมองข้าม ส่งผลให้บาดเจ็บข้อมือบ่อย ๆ จึงควรซื้อมาใช้ตั้งแต่วันแรกของการฝึก
เป้ามือ (Focus Mitts)
เป้ามือใช้ฝึกคู่กับเพื่อนหรือเทรนเนอร์ ช่วยฝึกความแม่นยำของหมัด ฝึกการอ่านจังหวะ และการตอบโต้ที่รวดเร็ว เหมาะกับการฝึกเทคนิคและคอมโบ ถ้ามีคนซ้อมด้วยที่บ้าน เป้ามือคืออุปกรณ์ที่ช่วยให้พัฒนาฝีมือได้เร็วมาก
เชือกกระโดด (Jump Rope)
เชือกกระโดดเป็นอุปกรณ์ที่ราคาถูกที่สุดและทรงพลังที่สุดในชุดซ้อมมวย ช่วยฝึกความอึด จังหวะเท้า การประสานงานของร่างกาย และเผาผลาญพลังงานสูง นักมวยอาชีพทุกคนยังคงใช้เชือกกระโดดเป็นส่วนหนึ่งของการวอร์มอัป มือใหม่ควรกระโดดวันละ 5-10 นาทีก่อนเริ่มซ้อม
กระจกซ้อมและพื้นยางรองซ้อม
กระจกบานใหญ่ในมุมซ้อมช่วยให้สังเกตท่าทางและการ์ดของตัวเองได้ตลอดเวลา ส่วนพื้นยาง EVA หรือพื้นไม้รองซ้อมช่วยลดแรงกระแทกที่ข้อเข่าและข้อเท้า ทำให้ซ้อมได้นานขึ้นโดยไม่ปวดข้อ การลงทุนกับพื้นซ้อมที่ดีจะคุ้มค่ามากในระยะยาว
ฟันยางและอุปกรณ์ป้องกัน
หากตั้งใจจะลงสปาร์หรือซ้อมคู่กับเพื่อน ควรมีฟันยาง สนับแข้ง สนับศอก และเฮดการ์ดไว้ใช้ ฟันยางช่วยป้องกันฟันแตกและลดแรงกระแทกที่กราม ส่วนสนับแข้งและเฮดการ์ดเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับการซ้อมมวยไทยที่ปลอดภัย
กางเกงและเสื้อซ้อม
เสื้อผ้าที่เหมาะกับการซ้อมควรระบายเหงื่อได้ดี ยืดหยุ่น และไม่รัดจนขัดการเคลื่อนไหว กางเกงมวยไทยแบบเอวยางยืดหรือกางเกงกีฬาทั่วไปก็ใช้ได้ ที่สำคัญคือเลือกเนื้อผ้าที่ระบายอากาศ ไม่อมเหงื่อจนหนัก
เทคนิคการฝึกซ้อมกับกระสอบทรายสำหรับมือใหม่
เมื่อมีอุปกรณ์ครบแล้ว สิ่งต่อไปที่สำคัญคือการฝึกอย่างถูกวิธี เพราะการชกกระสอบทรายโดยไม่มีหลักการอาจทำให้บาดเจ็บและพัฒนาช้า
การจัดท่าและการตั้งการ์ด
ก่อนชก ควรเรียนรู้ท่ายืนพื้นฐาน การถ่ายน้ำหนัก และการตั้งการ์ดให้ถูกต้อง ผู้ฝึกใหม่ควรศึกษาท่ามวยพื้นฐานของแต่ละสายเพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะกับตัวเอง
การฝึกท่าหน้ากระจกวันละ 5-10 นาทีก่อนจะลงชกกระสอบทรายจริง ช่วยให้ร่างกายจดจำท่าทางที่ถูกต้องและพัฒนาเป็นนิสัย ทำให้ทุกครั้งที่ปล่อยหมัด ร่างกายจะอยู่ในตำแหน่งที่ดีโดยอัตโนมัติ
การฝึกแรงและความแม่นยำ
เริ่มจากการชกช้า ๆ เน้นความถูกต้องของท่าและตำแหน่งของหมัด ก่อนจะค่อย ๆ เพิ่มความเร็วและความแรง การชกแรงเกินไปตั้งแต่แรกจะทำให้ท่าเสีย และเสี่ยงต่อการบาดเจ็บข้อมือ ลองตั้งเป้าจุดบนกระสอบและฝึกชกให้ตรงเป้านั้น เพื่อพัฒนาความแม่นยำ

อ้างอิง: irontec
การจัดเวลาและรอบการฝึก
รูปแบบมาตรฐานคือซ้อมเป็นรอบ ๆ รอบละ 3 นาที พักระหว่างรอบ 1 นาที เริ่มจาก 3-4 รอบสำหรับมือใหม่ และค่อย ๆ เพิ่มเป็น 6-8 รอบเมื่อร่างกายฟิตขึ้น ระยะเวลานี้สอดคล้องกับการแข่งขันจริง จึงช่วยฝึกความอึดและการคุมลมหายใจไปในตัว
การวอร์มอัปและคูลดาวน์
ก่อนซ้อม ควรวอร์มอัปอย่างน้อย 10 นาทีด้วยการกระโดดเชือก ยืดเหยียดข้อมือ คอ และไหล่ และเงาชกท่าเบา ๆ หลังซ้อมควรคูลดาวน์ด้วยการยืดกล้ามเนื้อหลังการเตะและการชก เพื่อลดความตึงและความเมื่อยล้า
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่ควรหลีกเลี่ยง
นอกจากการเลือกอุปกรณ์ให้ถูกต้องและการฝึกอย่างเป็นระบบแล้ว มือใหม่ควรระวังข้อผิดพลาดที่พบบ่อยซึ่งอาจทำให้บาดเจ็บหรือหยุดพัฒนา
การชกโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน
การชกกระสอบทรายโดยไม่พันมือและไม่สวมนวม คือสาเหตุอันดับหนึ่งของอาการข้อมือพลิกและกระดูกข้อนิ้วบาดเจ็บในกลุ่มมือใหม่ ไม่ว่ากระสอบจะนุ่มแค่ไหน ก็ไม่ควรชกด้วยมือเปล่า เพราะแรงกระทบจะสะสมและทำให้บาดเจ็บได้ภายในไม่กี่ครั้ง
การฝึกหนักเกินไปในช่วงแรก
หลายคนตื่นเต้นจนฝึกวันละ 1-2 ชั่วโมงทันทีหลังเริ่มซ้อม ส่งผลให้กล้ามเนื้ออักเสบ ข้อเข่าเจ็บ และหมดไฟภายใน 2 สัปดาห์ ทางที่ดีคือเริ่มจาก 3-4 วันต่อสัปดาห์ วันละ 30-45 นาที แล้วค่อย ๆ เพิ่มเวลาตามความฟิตของร่างกาย
การใช้ท่าทางผิดและไม่ฟังคำแนะนำ
การเรียนผ่านคลิปยูทูบเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ติดท่าผิดโดยไม่รู้ตัว ถ้าเป็นไปได้ ควรไปยิมหรือจ้างเทรนเนอร์อย่างน้อย 4-8 ครั้งในช่วงแรก เพื่อให้มีคนคอยแก้ท่าและให้คำแนะนำที่ตรงจุด
การละเลยการพัก
การฝึกซ้อมหนักโดยไม่พักทำให้กล้ามเนื้อไม่มีโอกาสฟื้นตัว ส่งผลให้ฝีมือไม่พัฒนาเท่าที่ควร ควรพักอย่างน้อย 1-2 วันต่อสัปดาห์ และนอนวันละ 7-8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองอย่างเต็มที่
สรุป
การเลือกกระสอบทรายและอุปกรณ์ซ้อมมวยที่เหมาะสมเป็นรากฐานสำคัญของการฝึกที่ปลอดภัย สนุก และเห็นพัฒนาการชัดเจน มือใหม่ควรเลือกกระสอบที่มีน้ำหนักประมาณครึ่งหนึ่งของน้ำหนักตัว เลือกวัสดุที่ทนทานพอจะใช้ได้นาน และมีอุปกรณ์เสริมพื้นฐานอย่างนวม ผ้าพันมือ และเชือกกระโดดติดตัวไว้เสมอ
ที่สำคัญที่สุดคือฝึกอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวอร์มอัป การจัดท่าให้ถูกต้อง ไปจนถึงการพักอย่างเพียงพอ การลงทุนกับอุปกรณ์ที่ดีและการฝึกที่ถูกวิธีตั้งแต่วันแรก จะช่วยให้คุณก้าวจากมือใหม่ไปสู่นักมวยที่มีฝีมือได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
คำถามที่พบบ่อย
1. มือใหม่ควรเริ่มต้นกับกระสอบทรายประเภทไหน?
หากมีพื้นที่และคานเพดานแข็งแรง แนะนำกระสอบแขวนขนาดมาตรฐาน 25-30 กิโลกรัม เพราะให้ฟีลแบ็กสมจริงและฝึกได้หลากหลายเทคนิค หากอยู่ในคอนโดหรือต้องการความสะดวก กระสอบตั้งพื้นเป็นทางเลือกที่ดีและย้ายได้ง่าย
2. กระสอบทรายควรหนักเท่าไรจึงเหมาะกับร่างกาย?
กฎทั่วไปคือประมาณครึ่งหนึ่งของน้ำหนักตัว เช่น คนหนัก 60 กิโลกรัมใช้กระสอบ 25-30 กิโลกรัม คนหนัก 80 กิโลกรัมใช้ 35-40 กิโลกรัม น้ำหนักนี้ให้แรงต้านที่พอดี ไม่แกว่งหรือนิ่งจนเกินไป
3. ควรฝึกกระสอบทรายกี่ครั้งต่อสัปดาห์?
มือใหม่ควรฝึก 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30-45 นาที พร้อมพักอย่างน้อย 1-2 วัน เพื่อให้กล้ามเนื้อฟื้นตัว เมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้นค่อย ๆ เพิ่มเป็น 5-6 ครั้งต่อสัปดาห์
4. งบประมาณเริ่มต้นสำหรับอุปกรณ์ซ้อมมวยที่บ้านควรเตรียมเท่าไร?
สำหรับมือใหม่ที่ต้องการชุดพื้นฐานครบ ทั้งกระสอบทราย นวม ผ้าพันมือ และเชือกกระโดด งบประมาณเริ่มต้นประมาณ 5,000-10,000 บาทก็เพียงพอ ถ้าอัปเกรดเป็นกระสอบหนังแท้และนวมคุณภาพดี ราคารวมอาจขยับขึ้นไปที่ 15,000-20,000 บาท
5. จำเป็นต้องใช้ผ้าพันมือทุกครั้งที่ซ้อมหรือไม่?
จำเป็นมาก ผ้าพันมือช่วยยึดข้อมือ ป้องกันข้อนิ้วบาดเจ็บ และดูดซับเหงื่อในนวม การไม่พันมือเป็นสาเหตุหลักของอาการข้อมือพลิกและกระดูกข้อนิ้วร้าวในกลุ่มมือใหม่ ควรพันมือทุกครั้งก่อนสวมนวม ไม่ว่าจะซ้อมเบาหรือหนัก
