MENU

ทำความรู้จักมวยไชยา ประวัติ ตำนาน และท่ามวยไชยาทั้ง 7 ท่า

ทำความรู้จักมวยไชยา ประวัติ ตำนาน และท่ามวยไชยาทั้ง 7 ท่า

มวยไทยโบราณสายใต้ที่ยังถูกพูดถึงมากในยุคนี้ คือสายมวยไชยาจากอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีเอกลักษณ์ทั้งท่าตั้งการ์ด การป้องกันตัว และแม่ไม้เฉพาะตัว 

บทความนี้จะพาไปรู้จักทั้ง มวยไชยา ประวัติ ความเป็นมา จุดเด่นของสายมวย และไล่ดู ท่ามวยไชยา ทั้ง 7 ท่าแบบเข้าใจง่ายสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มสนใจสายมวยโบราณสายนี้

目次

ทำความรู้จักมวยไชยา

มวยไชยาเป็นหนึ่งในมวยไทยโบราณที่มีชื่อเสียงโดดเด่นจากภาคใต้ มีถิ่นกำเนิดในอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี และถูกยกย่องว่าเป็นสายมวยที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันตัวสูงมาก 

อ้างอิง: ศิลปวัฒนธรรม 

มวยไชยา ประวัติ และตำนาน

มวยไชยาเป็นศิลปะการต่อสู้ไทยโบราณจากอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เชื่อว่าพัฒนาขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 จากการถ่ายทอดวิชาของ “พ่อท่านมา” พระภิกษุและครูผู้รู้ด้านการต่อสู้แก่ชาวบ้าน เพื่อใช้ป้องกันตัว

ในสมัยรัชกาลที่ 5 มวยไชยาได้รับการพัฒนาและเผยแพร่อย่างกว้างขวาง จนกลายเป็นหนึ่งในสายมวยไทยสำคัญ

เอกลักษณ์สำคัญของมวยไชยา

จากข้อมูลของผู้สืบทอดวิชา พบว่าเอกลักษณ์ของมวยไชยามีหลายด้าน เช่น การตั้งท่ามวย การพันมือ การไหว้ครู และแม่ไม้เฉพาะสาย

ตารางด้านล่างสรุปองค์ประกอบสำคัญของสายมวยนี้

องค์ประกอบรายละเอียดแบบย่อ
การตั้งท่ามวยตั้งการ์ดต่ำ แขนแนบลำตัว เน้นป้องกันลำตัวและพร้อมสวน 
ท่าไหว้ครูและท่าย่างสามขุมท่าร่ายรำและย่างเท้าที่เป็นเอกลักษณ์ของมวยไชยา 
การพันมือแบบคาดเชือกเน้นความแน่นหนาและรองรับแรงปะทะ เหมาะกับการออกหมัดรุนแรง 
แม่ไม้มวยไชยามีชุดท่าหลัก เช่น ท่ามวยไชยา 7 ท่า และท่าเสือลากหาง 
เคล็ดป้องกันตัวเน้นหลัก “ป้อง ปัด ปิด เปิด” เป็นพื้นฐานของการรับและสวน 

ท่ามวยไชยาทั้ง 7 ท่า

อ้างอิง: kdc

ท่ามวยไชยา ทั้ง 7 ท่า ซึ่งมักถูกเรียกว่า “ไม้มวยไทยไชยา 7 ท่า” ตามที่หลายแหล่งข้อมูลใช้ ท่าเหล่านี้เป็นแม่ไม้ระดับพื้นฐานที่ใช้ฝึกการออกอาวุธและการป้องกันตัว 

ปั้นหมัด

ท่าแรกของชุด ท่ามวยไชยา คือท่าปั้นหมัด ซึ่งใช้ทั้งเป็นท่าบริหารและพื้นฐานการกำหมัดให้แน่นและถูกตำแหน่ง 

ผู้ฝึกจะพับนิ้วลงทีละข้อแล้วค่อยกำหมัดให้แนบสนิท ช่วยให้หมัดมีแรงและลดโอกาสบาดเจ็บข้อมือเมื่อออกหมัดใส่เป้าหมาย

พันแขน

ท่าพันแขนเป็น ท่ามวยไชยา ที่เน้นการหมุนและขยับไหล่กับข้อศอก เพื่อฝึกความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของช่วงบน ในเชิงต่อสู้ 

ท่านี้ช่วยให้ผู้ฝึกพร้อมใช้แขนในการบัง ปัด กัน และเกี่ยวรั้งคู่ต่อสู้ในระยะประชิดได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

พันหมัด

ท่าพันหมัดเป็นอีกหนึ่ง ท่ามวยไชยา ที่มักใช้ต่อเนื่องจากท่าปั้นหมัด โดยจะยกหมัดหมุนขึ้นลงสลับกันไปมา จุดประสงค์คือฝึกการควบคุมมุมหมัด กล้ามเนื้อหัวไหล่ และทิศทางการออกหมัดให้มั่นคง เมื่อนำไปใช้จริงจะช่วยให้หมัดตรงและหมัดเสยมีแรงส่งดีขึ้น

กระโดดตบศอก

กระโดดตบศอกเป็น ท่ามวยไชยา ที่ผสมระหว่างการกระโดดเข้าหาคู่ต่อสู้กับการฟันศอกลงจากด้านบน 

ท่านี้ใช้ในจังหวะที่ต้องการปิดบัญชีหรือเล่นงานคู่ต่อสู้ที่เสียหลัก โดยอาศัยแรงส่งจากการกระโดดช่วยเพิ่มพลังศอก ทำให้เป็นท่าที่ต้องฝึกควบคุมระยะและจังหวะอย่างรอบคอบ

พันหมัดพลิกเหลี่ยม

ท่าพันหมัดพลิกเหลี่ยมเป็น ท่ามวยไชยา ที่เน้นการหมุนตัวและเปลี่ยนมุมโจมตี เพื่อหลบหลีกแนวตรงและเข้าไปออกอาวุธจากด้านข้าง 

ในเชิงกลยุทธ์ ท่านี้ช่วยให้ผู้ฝึกไม่ยืนตรงอยู่กับที่ แต่ใช้การ “พลิกเหลี่ยม” ทำให้คู่ต่อสู้เสียตำแหน่งและเปิดช่องให้หมัดหรือศอกเข้าเป้าชัดเจนขึ้น

เต้นแร้งเต้นกา

เต้นแร้งเต้นกาเป็น ท่ามวยไชยา ที่ดูคล้ายท่าร่ายรำ แต่แท้จริงแล้วเป็นการเคลื่อนตัวสลับก้าว ยกแขนและลำตัวหลอกล่อให้คู่ต่อสู้เสียจังหวะ 

ท่านี้ช่วยฝึกความลื่นไหล การเปลี่ยนน้ำหนักตัว และการหลอกสายตา เมื่อใช้ในการต่อสู้จริงจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามอ่านเกมได้ยากขึ้น

ย่างสามขุม

ย่างสามขุมถือเป็น ท่ามวยไชยา พื้นฐานที่สำคัญมาก เพราะเป็นท่าเดินและตั้งหลักที่ใช้แทบทุกสถานการณ์ 

การย่างสามขุมคือการก้าวเท้าอย่างเป็นจังหวะ ทำมุมให้ลำตัวปลอดภัย ขณะเดียวกันก็พร้อมรับและสวนกลับได้ตลอดเวลา ถือเป็นรากฐานของระยะและเหลี่ยมมวยในสายไชยา

ท่ามวยไชยาในระดับพื้นฐาน

อ้างอิง: kdc

การฝึกมวยไชยาเริ่มจากท่าพื้นฐาน เช่น ป้อง ปัด ปิด เปิด และการเคลื่อนไหวเท้า (เหยาะ ย่าง ยัก เยื้อง) เพื่อเรียนรู้การรับและสวน ก่อนเข้าสู่แม่ไม้ทั้ง 7 ท่า 

โดยท่าอย่างย่างสามขุมหรือเต้นแร้งเต้นกาใช้ปรับจังหวะ ระยะ และทำให้คู่ต่อสู้คาดเดายาก ซึ่งเป็นแก่นของมวยโบราณ

ขั้นตอนเริ่มฝึกมวยไชยาเบื้องต้น

ขั้นตอนเริ่มฝึกมวยไชยาเบื้องต้นเริ่มจากท่ายืน การ์ด และย่างสามขุม เพื่อฝึกสมดุลและจังหวะการเคลื่อนที่ จากนั้นฝึกการป้องกัน เช่น ป้อง ปัด ปิด เปิด รวมถึงการหลบ หลีก ล่อ หลอก ซึ่งเป็นพื้นฐานก่อนใช้อาวุธ

เมื่อพื้นฐานแน่นแล้วจึงฝึกท่ามวยไชยา 7 ท่า ฝึกหมัด ศอก เข่า แข้งอย่างเป็นระบบ และการผสมท่าเป็นชุดต่อเนื่อง หากมีโอกาสควรเรียนกับครูสายตรงเพื่อให้เข้าใจได้ถูกต้องและลึกซึ้งยิ่งขึ้น

จุดเด่นของมวยไชยาและท่ามวยไชยา

มวยไชยาเน้นการป้องกันตัวเป็นหลัก ทั้งการยืน การปัดป้อง และการใช้วงใน เช่น กอด รัด ฟัด เหวี่ยง ทุ่ม และหัก ท่ามวยไชยา 7 ท่าและท่าเสือลากหางถูกออกแบบให้ใช้ได้จริงในการต่อสู้ ไม่ใช่แค่ท่ารำ 

สายนี้เน้นการใช้แรงอย่างประหยัด อาศัยจังหวะ ทิศทาง และน้ำหนักตัวมากกว่ากำลังดิบ จึงเหมาะกับผู้ที่ตัวไม่ใหญ่ แม้จะดูนุ่มนวล แต่แท้จริงแล้วมีจังหวะและความรุนแรงที่เฉียบคมเมื่อใช้ถูกเวลา

สรุป 

มวยไชยาเป็นมวยไทยโบราณที่ผสานทั้งศาสตร์การต่อสู้ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ในท่าทางต่างๆ โดยท่าทั้ง 7 ท่าและท่าเสือลากหางไม่ใช่แค่ท่ารำ แต่เป็นเทคนิคป้องกันตัวที่ใช้งานได้จริงและสืบทอดมายาวนาน 

เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศิลปะการต่อสู้เชิงวัฒนธรรม เพราะช่วยให้เข้าใจรากเหง้ามวยไทยและแนวคิดการใช้ร่างกายอย่างชาญฉลาด ผ่านการฝึกพื้นฐานทีละขั้นอย่างต่อเนื่อง

よかったらシェアしてね!
  • URLをコピーしました!
  • URLをコピーしました!

この記事を書いた人

目次